

เป็นวิทยากรและที่ปรึกษาด้านนวัตกรรมและการพัฒนาองค์กรงานของฉันไม่ใช่แค่สอนความคิดสร้างสรรค์หรือมอบเครื่องมือใหม่ ๆแต่คือการออกแบบการเรียนรู้เพื่อให้คนธรรมดาเห็นว่าตัวเองก็สร้างนวัตกรรมได้
ฉันเชื่อว่านวัตกรรม
ไม่ใช่เรื่องของคนเก่งไม่กี่คน
แต่มันคือกระบวนการ ทำสิ่งใหม่ที่สร้างคุณค่า
ประกอบด้วย Thing, New, Value
ถ้าสิ่งนั้นเป็นของใหม่และสร้างคุณค่า สิ่งนั้นก็คือนวัตกรรม
และทุกคนเรียนรู้สิ่งนี้ได้


ฉันไม่ได้ตั้งใจจะเดินเส้นทางนี้ตั้งแต่แรก
แม่เลี้ยงฉันให้เป็นเด็กที่ออกไปวิ่งเล่น
มากกว่าจะซื้อของเล่นให้
ฉันจึงโตมากับกิจกรรมนอกบ้าน
ตั้งแต่ประถม มัธยม จนมหาวิทยาลัย
ฉันเป็นเด็กสายกิจกรรม เป็นนักกีฬา
เป็นอาสาสมัคร ทำค่ายตั้งแต่ปีหนึ่งจนเรียนจบโท
อาจารย์ที่ดูแลกิจกรรมเคยบอกว่า
“ถ้าไม่อยากให้ใครว่าทำกิจกรรมแล้วเสียการเรียน ก็ต้องเรียนให้จบ”
ฉันจำประโยคนี้ได้ดี
ฉันเรียนจบคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เติบโตมากับวิธีคิดแบบวิทยาศาสตร์ ชอบถอดองค์ความรู้
ชอบดูว่าอะไรทำงานอย่างไร ทำไมมันถึงได้ผล
ตอนนั้น
ฉันยังไม่รู้หรอกว่า
ความเป็นเด็กกิจกรรมกับเด็กวิทย์
จะมาบรรจบกัน
ในงานด้านนวัตกรรมในภายหลัง


ฉันไม่ใช่คนที่ปักธงตั้งแต่แรกว่าจะต้องเป็นอะไร ชีวิตของฉันค่อย ๆ ชัดขึ้นจากการลองทำ
มีคนชวนขึ้นเวที ก็ลอง มีคนชวนแปลหนังสือ ก็ลอง มีคนชวนทำโปรเจกต์ใหญ่ ก็ลอง บางอย่างทำแล้วรู้เลยว่าไม่ใช่ บางอย่างทำแล้วค้นพบตัวเองมากขึ้น สำหรับฉัน ความล้มเหลวไม่มีจริง มีแต่ feedback ถ้าทำแล้วไม่ใช่ ก็วาง ถ้าใช่ ก็เดินต่อ ฉันเรียกสิ่งนี้ว่า start with do
บางครั้งเราไม่รู้หรอกว่าทำไปเพื่ออะไร แต่เมื่อได้ลอง เราจะเริ่มเห็นความหมายของมันเอง
เมื่อ 7-8 ปีที่แล้ว
ฉันออกมาเป็นฟรีแลนซ์โดยไม่ได้เตรียมตัวมากนัก
มีความกลัวไหม มีแน่นอน หนี้สินก็มี งานประจำก็ไม่มั่นคง แต่แรงบันดาลใจในตอนนั้นคือโอกาสได้ไปช่วยงาน
ที่ศิริราช ฉันรู้สึกว่าถ้าได้ทำสิ่งนี้ ฉันอยากลอง
ฉันใช้เวลาหกเดือนในการถ่ายโอนงานให้เรียบร้อย
แล้วค่อยก้าวออกมา
ฉันออกมาเป็นฟรีแลนซ์โดยไม่ได้เตรียมตัวมากนัก
มีความกลัวไหม มีแน่นอน หนี้สินก็มี งานประจำก็ไม่มั่นคง แต่แรงบันดาลใจในตอนนั้นคือ
โอกาสได้ไปช่วยงานที่ศิริราช ฉันรู้สึกว่าถ้าได้ทำสิ่งนี้
ฉันอยากลองฉันใช้เวลาหกเดือนในการถ่ายโอนงาน
ให้เรียบร้อยแล้วค่อยก้าวออกมา
อาจารย์ณรงค์วิทย์ แสนทอง เคยบอกฉันว่า
“ถ้าทำสิ่งที่รัก 365 วันแล้วยังไม่สำเร็จ ค่อยว่ากันใหม่”
ฉันจึงเดินมาเรื่อย ๆ พร้อมกับเรียนรู้เรื่องการเงิน
สุขภาพ และวินัยในชีวิต
ทุกสิ้นปีฉันจะไปวิ่งบางแสน 21 กิโลเมตร
เป็นเหมือน checkpoint ว่าฉันยังดูแลชีวิตตัวเองได้ดีพอ



ฉันมีไอดอลหลายคน
หนึ่งในนั้นคือแม่
แม่เลี้ยงลูกสองคนด้วยตัวเอง
ทำงานราชการ
ใช้ชีวิตอย่างเข้มแข็งโดยไม่พูดร้ายถึงใคร ฉันเรียนรู้จากแม่ว่า
ความแกร่งไม่จำเป็นต้องเสียงดัง
ถ้าถามว่าชีวิตฉันมีความหมายเมื่อไร
ฉันคิดว่าชีวิตมีความหมาย
เมื่อเราส่งมอบคุณค่าให้ใครบางคน
คุณไม่จำเป็นต้องบริจาคเงินมากมาย
แค่ใช้ชีวิตให้สอดคล้อง
กับสิ่งที่คุณพูดเกี่ยวกับงานที่ทำแค่
หนึ่งคนในห้องได้อะไรกลับไปจากเรา
ก็พอแล้ว
และถ้าลูกศิษย์จะจดจำฉัน
ฉันอยากให้เขาจำว่า
ฉันเป็นคนที่กล้าลงมือทำ
และทำให้เขาเห็นว่าเขาก็ทำได้

เวลานอกงาน ฉันชอบ Totoro
ฉันชอบเขาเพราะเขาไม่ต้องพูดอะไร
แต่เขาอยู่ข้าง ๆ เสมอ
บางทีฉันก็อยากเป็นแบบนั้น
ไม่ต้องเสียงดัง ไม่ต้องยิ่งใหญ่
แต่เป็นพื้นที่เล็ก ๆ ที่ใครสักคนเข้ามา
แล้วได้คำตอบบางอย่างกลับไป
วันนี้ฉันเรียกตัวเองว่า Learning Designer
เพราะฉันออกแบบการเรียนรู้
ให้คนเริ่มต้นได้ แต่ลึกลงไปกว่านั้น
ฉันอยากเป็น Life Architecture
เหมือนสถาปนิกชีวิต เป็นพื้นที่ที่ช่วยให้ใครสักคน
กล้าขยับก้าวแรกของตัวเอง
ฉันไม่ได้อยากให้ทุกคนเป็นนักนวัตกรรมระดับโลก
ฉันแค่อยากให้ทุกคนเชื่อว่า
ตัวเองมีศักยภาพจะทำสิ่งใหม่
ที่สร้างคุณค่าได้ในพื้นที่ของตัวเอง
ถ้ามีคนถามฉันว่าเส้นทางทั้งหมดนี้
สอนอะไรฉันคงตอบว่า
ชีวิตไม่ต้องชัดตั้งแต่ต้นแต่ต้องกล้าลองตั้งแต่วันนี้เพราะสุดท้ายแล้วนวัตกรรมไม่ใช่เรื่องของเครื่องมือ
ไม่ใช่เรื่องของตำแหน่ง
และไม่ใช่เรื่องของคนเก่งไม่กี่คน
มันคือการที่ใครสักคนตัดสินใจลงมือทำ แม้จะยังไม่มั่นใจเต็มร้อย
และทุกครั้งที่เราลงมือทำเรากำลังออกแบบชีวิตของตัวเองไปพร้อมกัน


The Number #1
เราคือผู้เชี่ยวชาญ
ด้านการพัฒนาองค์กร
และการส่งเสริมนวัตกรรม
แบบง่ายและใช้งานได้จริง
Bangkok, Thailand