Oops! Sorry!!


This site doesn't support Internet Explorer. Please use a modern browser like Chrome, Firefox or Edge.

เราคือทีมผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรม การบริหารองค์กร

เราคือทีมผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรม การบริหารองค์กร

ให้สามารถก้าวทันกับการเปลี่ยนแปลงได้เป็นสิ่งที่จำเป็นและสำคัญ

การที่ผู้บริหาร และพนักงานสามารถประสานสัมพันธ์และสร้างสรรค์

แนวคิดใหม่ๆ ที่จะมาช่วยปรับปรุงพัฒนาผลิตภัณฑ์และกระบวนการ

ที่ก้าวล้ำหน้าเหนือคู่แข่งขันได้ๆ

การขับเคลื่อนองค์กรให้บรรลุเป้าหมายธุรกิจ มีหลายปัจจัยสำคัญ

ที่เป็นองค์ประกอบซึ่ง “คน” เป็นปัจจัยที่เรียกว่าสำคัญที่สุด 

ด้วยเหตุนี้ HR จึงต้องขยับเขยื้อนเคลื่อนย้ายตนเอง

จากผู้สนับสนุนมายืนในจุดของการเป็นผู้นำแล้ว (HR as a Leader) 

ยิ่งในปัจจุบันที่มีการแข่งขันสูงและสภาพเศรษฐกิจที่หนืดแบบนี้ 

ค่าแรงก็กำลังจะปรับยิ่งจำเป็นที่จะต้องมาช่วยกันนำพาองค์กร

ให้เดินหน้าต่อไปได้

Dr.Veerinyaorn Luangboriboon

SPARK UP CREATIVE IDEA TO EXCELLENCE INNOVATOR

ในสภาวะการแข่งขันในยุคปัจจุบันนี้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

บุคลากรในองค์กรถือว่าเป็นทรัพย์สินสำคัญ (Intellectual Capital)

และมีความสำคัญอย่างมากในการเป็นผู้ขับเคลื่อนองค์กรให้ประสบความสำเร็จ

ผู้บริหารส่วนใหญ่จึงใช้ความพยายามในการพัฒนาให้ตนเอง

และพนักงานในสังกัดมีความแตกต่างจากสิ่งที่คนอื่นทำ

เป็นแนวคิดที่นอกกรอบจากสิ่งที่เคยชิน


ปัจจุบันเป็นยุคของการต่อสู่ทางธุรกิจ ที่มุ่งเน้นการต่อสู้ทางความคิดโดยแท้จริง

องค์กรต่างๆอยากได้บุคลากรที่มีทักษะในทางด้านความคิดสร้างสรรค์จากที่เคยทำในการทำงานเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในด้านที่มีประโยชน์ต่อองค์กรและสามารถ

ใช้งานได้จริง โดยถ้าบุคลากรไม่เปลี่ยนแปลงแนวความคิดของตัวเองทั้งจากภายใน

และภายนอกย่อมไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจในปัจจุบัน

ถ้าองค์กรใดที่สามารถจะมีนักคิดสร้างสรรค์ได้มากเท่าใด

ก็เท่ากับว่าสามารถที่จะสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจได้มากขึ้นเท่านั้น

Meet Our Team

ดร. วีรินยาอร เหลืองบริบูรณ์

และ ดร. เอกรักษ์ ปาร์มวงศ์

ผู้ร่วมก่อตั้ง Easy Innovation Team

ดร. วีรินยาอร เหลืองบริบูรณ์

Co-founder, CEO

ประสบการณ์มากกว่า 15 ปีในการบริหารจัดการองค์กร

12 ปีในงานบริหารจัดการนวัตกรรม

และ 10 ปีในระบบบริหารทรัพยากรมนุษย์

การพัฒนาองค์กร เพื่อองค์กรนวัตกรรม

ดร. เอกรักษ์ ปาร์มวงศ์

Co-founder, CTO

ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาระบบและเทคนิคการฝึกอบรม อดีตหัวหน้าฝ่ายแผนงานและความร่วมมือในวิทยาลัยอาชีวศึกษา และหัวหน้าฝ่ายฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากรพัฒนาบุคลากรและฝึกอบรมมามากกว่า 15 ปี

"Start" With "Do"

เส้นทางของคนที่เชื่อว่าทุกคนทำนวัตกรรมได้

ทุกวันนี้ฉันทำงานกับองค์กรที่อยากเปลี่ยนแปลง

บางแห่งอยากให้พนักงานคิดอะไรใหม่ ๆ บางแห่งอยากให้กลยุทธ์เกิดขึ้นจริง บางแห่งไม่ได้ต้องการคำตอบที่ซับซ้อน แต่อยากให้คนในองค์กรกล้าลองทำสิ่งเล็ก ๆ แล้วขยับไปข้างหน้า

ฉันเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Easy Innovation เป็นวิทยากรและที่ปรึกษาด้านนวัตกรรมและการพัฒนาองค์กร งานของฉันไม่ใช่แค่สอนความคิดสร้างสรรค์หรือมอบเครื่องมือใหม่ ๆ แต่คือการออกแบบการเรียนรู้ เพื่อให้คนธรรมดาเห็นว่าตัวเองก็สร้างนวัตกรรมได้

ฉันเชื่อว่านวัตกรรมไม่ใช่เรื่องของคนเก่งไม่กี่คน แต่มันคือกระบวนการ ทำสิ่งใหม่ที่สร้างคุณค่า ประกอบด้วย Thing, New, Value ถ้าสิ่งนั้นเป็นของใหม่และสร้างคุณค่า สิ่งนั้นก็คือนวัตกรรม และทุกคนเรียนรู้สิ่งนี้ได้


เด็กกิจกรรม

ฉันไม่ได้ตั้งใจจะเดินเส้นทางนี้ตั้งแต่แรก

แม่เลี้ยงฉันให้เป็นเด็กที่ออกไปวิ่งเล่น มากกว่าจะซื้อของเล่นให้ ฉันจึงโตมากับกิจกรรมนอกบ้าน ตั้งแต่ประถม มัธยม จนมหาวิทยาลัย ฉันเป็นเด็กสายกิจกรรม เป็นนักกีฬา เป็นอาสาสมัคร ทำค่ายตั้งแต่ปีหนึ่งจนเรียนจบโท

อาจารย์ที่ดูแลกิจกรรมเคยบอกว่า “ถ้าไม่อยากให้ใครว่าทำกิจกรรมแล้วเสียการเรียน ก็ต้องเรียนให้จบ”
ฉันจำประโยคนี้ได้ดี

ฉันเรียนจบคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เติบโตมากับวิธีคิดแบบวิทยาศาสตร์ ชอบถอดองค์ความรู้ ชอบดูว่าอะไรทำงานอย่างไร ทำไมมันถึงได้ผล ตอนนั้นฉันยังไม่รู้หรอกว่าความเป็นเด็กกิจกรรมกับเด็กวิทย์ จะมาบรรจบกันในงานด้านนวัตกรรมในภายหลัง


จากเครื่องมือ สู่หัวใจของคน

เส้นทางการทำงานเริ่มจากสาย R&D ก่อนจะข้ามมาเรียนการจัดการนวัตกรรม และทำงานด้านพัฒนาองค์กร (OD) ทั้งที่ TRUE และมิตรผล ช่วงแรกฉันโตมากับเครื่องมือ ฉันคิดว่าถ้ามีเครื่องมือที่ดี คนก็น่าจะทำงานได้ดีขึ้น แต่เมื่อทำงานไปเรื่อย ๆ ฉันเริ่มเห็นว่า เครื่องมืออย่างเดียวไม่พอ สิ่งที่ทำให้นวัตกรรมเกิดขึ้นจริง คือวิธีคิดของคน

จุดเปลี่ยนสำคัญของฉันคือการได้เรียนหลักสูตรโค้ช Thai Coach 

หลังจากเข้าใจว่าการเปลี่ยนแปลงต้องแตะทั้งสมอง มือ และหัวใจ ฉันก็เริ่มเรียนรู้จริงจังมากขึ้น หลายคนแซวฉันว่าเป็น ‘อายุน้อยร้อยใบประกาศ’ เพราะช่วงหนึ่งฉันเรียนแทบทุกอย่างที่รู้สึกว่าจะช่วยให้เข้าใจมนุษย์และองค์กรได้ดีขึ้น ทั้งการโค้ช การเป็นวิทยากรกระบวนกร (facilitator) การทำ Inner Transformation หรือการเปลี่ยนจากภายใน การใช้ NLP (Neuro Linguistic Programming) กับการเปลี่ยนมุมมองของคน และเครื่องมือเชิงกลยุทธ์อีกหลายแขนง แต่สำหรับฉัน การเรียนไม่ใช่การสะสมใบเซอร์ฯ หากเป็นการทดลองว่าศาสตร์ไหนเหมาะกับเรา และอะไรใช้ได้จริงในบริบทของงานที่เราทำ เมื่อเรียนมากพอ ฉันเริ่มไม่ยึดติดกับทฤษฎีใดทฤษฎีหนึ่ง แต่ค่อย ๆ สังเคราะห์ออกมาเป็นหลักการทำงานของตัวเอง เป็นแนวทางที่เรียบง่าย ยืดหยุ่น และสอดคล้องกับตัวตนของฉันมากที่สุด


Easy Innovation 

หลายคนมักมองว่านวัตกรรมเป็นเรื่องของผู้บริหารระดับสูง สำหรับฉัน ผู้บริหารสำคัญ แต่คนหน้างานสำคัญไม่แพ้กัน

ฉันเคยทำงานส่งเสริมนวัตกรรมในองค์กรใหญ่ ๆ หน้าที่ของฉันคือทำอย่างไรก็ได้ให้คนอยากทำนวัตกรรม สร้างระบบนิเวศ สร้างพื้นที่ทดลอง จัดประกวด เป็น mentor ให้เขา และสิ่งที่ฉันชอบที่สุดไม่ใช่ตอนที่โครงการได้รางวัล แต่เป็นตอนที่เห็นหน้าคนเปลี่ยน เขามีความมั่นใจมากขึ้น เขาเห็นว่าตัวเองทำได้ เขาเติบโต ความรู้สึกแบบเดียวกันนี้ฉันเคยสัมผัสมาตั้งแต่งานอาสาที่ได้ไปสอนนวัตกรรมให้อาจารย์ในมหาวิทยาลัยและบุคลากรในโรงพยาบาล การได้เห็นใครบางคนเข้าใจและกล้าขยับตัวเองไปอีกก้าว คือเหตุผลที่ทำให้ฉันยังทำงานนี้อยู่จนวันนี้

ฉันจึงออกแบบเครื่องมือของตัวเอง สร้างบอร์ดเกม สร้างการ์ด สร้างโมเดล เพื่อให้คนเข้าใจเรื่องกลยุทธ์และนวัตกรรมแบบง่าย ๆ

Easy Innovation ไม่ได้แปลว่าง่ายแบบผิวเผิน แต่หมายถึง การทำให้สิ่งที่ดูไกลตัว กลายเป็นสิ่งที่จับต้องได้

มีคนถามฉันบ่อย ๆ ว่า ถ้าอยากพัฒนาตัวเองจนเก่งขึ้นเร็ว ๆ แบบที่หลายคนเรียกว่า ‘อายุน้อยร้อยเซอร์’ ควรเริ่มอย่างไร ฉันมักตอบเหมือนเดิมว่า จุดเริ่มต้นไม่ใช่การไปสมัครเรียนทุกคอร์สที่เห็น แต่คือการถามตัวเองก่อนว่า จริง ๆ แล้วเราชอบหรือถนัดอะไร เพราะในทุกความชอบและความถนัด มันสามารถถอดออกมาเป็นความเก่งได้เสมอ แล้วคำถามต่อมาคือ ความเก่งนั้นกำลังมีประโยชน์กับใคร

สำหรับฉัน คำตอบเริ่มจากงานอาสา ฉันเอาสิ่งที่ตัวเองถนัดไปลองช่วยคนอื่นก่อน โดยไม่รอความพร้อมเต็มร้อย งานอาสาทำให้ฉันเห็นทั้งผลกระทบที่เกิดขึ้นกับคนอื่น และเห็นตัวเองชัดขึ้นว่าเราถนัดอะไรจริง ๆ เมื่อมีคนเริ่มเห็นคุณค่า เราก็จะเห็นคุณค่าในตัวเองมากขึ้น แล้วจึงค่อย ๆ ขยายผลไปสู่งานที่ใหญ่ขึ้น นั่นคือวิธีที่ฉันเติบโตมาตลอด ไม่ได้เริ่มจากตำแหน่งหรือชื่อเสียง แต่เริ่มจากการลงมือทำในพื้นที่เล็ก ๆ ที่เราพอจะสร้างประโยชน์ได้


Start with Do

ฉันไม่ใช่คนที่ปักธงตั้งแต่แรกว่าจะต้องเป็นอะไร ชีวิตของฉันค่อย ๆ ชัดขึ้นจากการลองทำ

มีคนชวนขึ้นเวที ก็ลอง มีคนชวนแปลหนังสือ ก็ลอง มีคนชวนทำโปรเจกต์ใหญ่ ก็ลอง บางอย่างทำแล้วรู้เลยว่าไม่ใช่ บางอย่างทำแล้วค้นพบตัวเองมากขึ้น สำหรับฉัน ความล้มเหลวไม่มีจริง มีแต่ feedback ถ้าทำแล้วไม่ใช่ ก็วาง ถ้าใช่ ก็เดินต่อ ฉันเรียกสิ่งนี้ว่า start with do

บางครั้งเราไม่รู้หรอกว่าทำไปเพื่ออะไร แต่เมื่อได้ลอง เราจะเริ่มเห็นความหมายของมันเอง

เมื่อ 7-8 ปีที่แล้ว ฉันออกมาเป็นฟรีแลนซ์โดยไม่ได้เตรียมตัวมากนัก มีความกลัวไหม มีแน่นอน หนี้สินก็มี งานประจำก็มมั่นคง แต่แรงบันดาลใจในตอนนั้นคือโอกาสได้ไปช่วยงานที่ศิริราช ฉันรู้สึกว่าถ้าได้ทำสิ่งนี้ ฉันอยากลอง ฉันใช้เวลาหกเดือนในการถ่ายโอนงานให้เรียบร้อย แล้วค่อยก้าวออกมา

อาจารย์ณรงค์วิทย์ แสนทองเคยบอกฉันว่า “ถ้าทำสิ่งที่รัก 365 วันแล้วยังไม่สำเร็จ ค่อยว่ากันใหม่”ฉันจึงเดินมาเรื่อย ๆ พร้อมกับเรียนรู้เรื่องการเงิน สุขภาพ และวินัยในชีวิต ทุกสิ้นปีฉันจะไปวิ่งบางแสน 21 กิโลเมตร เป็นเหมือน checkpoint ว่าฉันยังดูแลชีวิตตัวเองได้ดีพอ

ชีวิตที่มีความหมาย

ฉันมีไอดอลหลายคน หนึ่งในนั้นคือแม่ แม่เลี้ยงลูกสองคนด้วยตัวเอง ทำงานราชการ ใช้ชีวิตอย่างเข้มแข็งโดยไม่พูดร้ายถึงใคร ฉันเรียนรู้จากแม่ว่า ความแกร่งไม่จำเป็นต้องเสียงดัง ถ้าถามว่าชีวิตฉันมีความหมายเมื่อไร ฉันคิดว่าชีวิตมีความหมายเมื่อเราส่งมอบคุณค่าให้ใครบางคน คุณไม่จำเป็นต้องบริจาคเงินมากมาย แค่ใช้ชีวิตให้สอดคล้องกับสิ่งที่คุณพูด 

เกี่ยวกับงานที่ทำแค่หนึ่งคนในห้องได้อะไรกลับไปจากเราก็พอแล้ว และถ้าลูกศิษย์จะจดจำฉัน ฉันอยากให้เขาจำว่า ฉันเป็นคนที่กล้าลงมือทำ และทำให้เขาเห็นว่าเขาก็ทำได้


Totoro

เวลานอกงาน ฉันชอบ Totoro ฉันชอบเขาเพราะเขาไม่ต้องพูดอะไร แต่เขาอยู่ข้าง ๆ เสมอ

บางทีฉันก็อยากเป็นแบบนั้น ไม่ต้องเสียงดัง ไม่ต้องยิ่งใหญ่ แต่เป็นพื้นที่เล็ก ๆ ที่ใครสักคนเข้ามา แล้วได้คำตอบบางอย่างกลับไป 

วันนี้ฉันเรียกตัวเองว่า Learning Designer เพราะฉันออกแบบการเรียนรู้ให้คนเริ่มต้นได้ แต่ลึกลงไปกว่านั้น ฉันอยากเป็น Life Architecture เหมือนสถาปนิกชีวิต เป็นพื้นที่ที่ช่วยให้ใครสักคนกล้าขยับก้าวแรกของตัวเอง ฉันไม่ได้อยากให้ทุกคนเป็นนักนวัตกรรมระดับโลก ฉันแค่อยากให้ทุกคนเชื่อว่าตัวเองมีศักยภาพจะทำสิ่งใหม่ที่สร้างคุณค่าได้ในพื้นที่ของตัวเอง 

ถ้ามีคนถามฉันว่า เส้นทางทั้งหมดนี้สอนอะไร ฉันคงตอบว่า ชีวิตไม่ต้องชัดตั้งแต่ต้น แต่ต้องกล้าลองตั้งแต่วันนี้ เพราะสุดท้ายแล้ว นวัตกรรมไม่ใช่เรื่องของเครื่องมือ ไม่ใช่เรื่องของตำแหน่ง และไม่ใช่เรื่องของคนเก่งไม่กี่คน มันคือการที่ใครสักคนตัดสินใจลงมือทำ แม้จะยังไม่มั่นใจเต็มร้อย และทุกครั้งที่เราลงมือทำ เรากำลังออกแบบชีวิตของตัวเองไปพร้อมกัน